Tips-Technic

เขียนอะไรดีล่ะ...

คือ อยากจะบอกว่า เราเพิ่งรู้จักwebนี้ไม่นานมานี้เอง ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นwebที่ดีทีเดียวนะ ( ทำไมตูเพิ่งจะรู้จักฟะ )

เราก็เลยรู้สึกว่า เอ...ใน internet เนี่ย ก็มี web ดีๆมากมายเลย แต่มันก็มีwebเยอะมากจนไม่รู้จะเข้าอันไหนดี จะsearchก็ไม่รู้ว่าจะหาอะไร บางทีก็ไม่ได้webดีๆอย่างที่ต้องการ

ก็เลยอยากจะลองรวบรวม web ที่เราคิดว่าดีในสายตาของเรามาให้เพื่อนๆได้ลองเข้าไปดูกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์กะคนอื่นๆบ้างนะ ( ถ้าใครมีwebอะไรดีๆ ก็แนะนำมาได้นะ เราจะได้แวะเข้าไปดูมั่ง )


Internet นั้นคือแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่มากกกกกก มีมากหมายหลายเชื้อชาติหลากภาษาเหลือเกิน ดังนั้นแรกๆเราขอเน้นไปยังwebที่ช่วยในเรื่องการแปลภาษา หรือหาความหมายของคำต่างๆซะก่อน


ก่อนอื่นเลย สำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ จะอ่านwebต่างประเทศก็อ่านไม่ค่อยจะออก

ต้องอันนี้เลย web Dictionary แปลอังกฤษ <--> ไทยได้ แม้คำศัพท์อาจจะไม่มากนักแต่ถ้าคำไม่แปลกเกินไปก็เจอล่ะน่า^ ^

http://lexitron.nectec.or.th/


ต่อไปศัพท์ภาษาอังกฤษบางตัวเนี่ย มันเป็นศัพท์แปลกๆนา dict ธรรมดาๆ มันก็ไม่ค่อยจะมีทำไงดีล่ะ

เราขอแนะนำ อันนี้นะ

http://encyclopedia.thefreedictionary.com/ : ได้ทั้งความหมาย แถมยังเป็นสารานุกรมย่อยๆอีกด้วย รับรองว่าได้ข้อมูลแน่นปึ้ก

ส่วนอันนี้เป้นฟังก์ชั่นเสริมของ Google ที่หลายคนอาจจะไม่รู้นะ สามารถหาคำนิยามของคำต่างๆได้ดีพอสมควรเลยล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องเข้า Googleก่อน

http://www.google.co.th หลังจากนั้นก็พิมพ์หาโดยใช้คำว่า "what is " แล้วตามด้วยคำที่ต้องการ

หรือไม่ก็พิมพ์คำว่า "define: " (มี colon ด้วยนะ ) แล้วตามด้วยคำที่ต้องการก็ได้เหมือนกันนะ


ส่วนอันนี้ สำหรับคนที่ชอบดูwebภาษาแปลกๆ webนี้สามารถแปลให้ท่านได้ สามารถเลือกได้เลยให้แปลภาษาอะไรเป็นภาษาอะไร มีหมด (ยกเว้นภาษาไทย...-_-") ทั้งภาษาญี่ปุ่น จีน เยอรมัน อิตาเลี่ยน ฝรั่งเศส โปรตุเกส อังกฤษ ดัช กรีก ( มีอีกป่าวไม่รู้จำไม่ได้ ลองไปดูเองละกัน หึหึ)

http://babelfish.altavista.com


http://poets.notredame.ac.jp/cgi-bin/jedi-inon<== อันนี้ Dict Japanese<-->English ครับผม


เคยหงุดหงิดกับการถูกบล๊อคไม่ให้เข้าwebที่เราอยากเข้ามั๊ย ถ้าเป็นล่ะก็ ต้องลองwebนี้

http://www.ipzap.comwebนี้สามารถเปลี่ยนช่องทางให้เราสามารถเข้าwebที่โดนบล๊อคโดย ISP หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตให้สามารถเข้าไปดูได้โดยไม่ถูกกีดขวาง


อันนี้สำหรับคนที่กำลังสับสนเรื่องเส้นทางการวิ่งของรถเมล์สายต่างๆ "เอ...จากตรงนี้ไปตรงนั้นมีสายอะไรผ่านมั๊งน๊า ??" คำตอบอยู่ที่ webนี้ครับ กำหนดได้เลยว่าจะนั่งจากตรงไหน จุดหมายอยู่ตรงไหน แล้วwebจะหาให้ว่ามีสายอะไรผ่านมั่ง ดีไม่น้อยเลยล่ะ

http://www.thaibus.cjb.net/

หรือถ้ารำคาญพวก adware ก็คงต้องมาเข้าทางนี้ล่ะ

http://www.se-ed.net/nebula/thaibus


มาเรื่องบันเทิงๆกันบ้างดีกว่า เครียดกันมานาน

สำหรับคอหนัง พลาดไม่ได้!! กับ webไทยอันนี้ เรียกได้ว่าข่าวหนังเร็วใช้ได้เลยล่ะ

http://www.jediyuth.com/พูดได้คำเดียวว่าต้องลองเข้าล่ะครับ


สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปไหนดี ก็ลองมาที่นี่ครับ http://www.pantip.com/cafe/webสุดเก๋า มีหัวข้อให้คุยทุกเรื่อง

สำหรับผมก็อยู่ที่ห้อง"เฉลิมไทย"ล่ะครับ แต่เดี๋ยวนี้แวะไปห้อง"หว้ากอ"ชักจะบ่อย อ่านแล้วหนุกดี


อันนี้ลืมไปได้ยังไงไม่รู้ web สุดยอดที่รวบรวมราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ Pantip เอาไว้ แล้วก็updateราคาบ่อยมากๆ พลาดไม่ได้ครับ

http://www.byxtreme.com


อันนี้สำหรับขาโหลด Torrent ( อย่างที่ Ramiel บอกไว้ หึหึ )

เริ่มกันด้วยแหล่งรวม Torrent จาก Web นอกก่อนละกัน

http://www.animesuki.com/แหล่งรวมการ์ตูนที่ยังไม่โดนลิขสิทธิ์
http://www.mirkx.com<== อันนี้มีแบบที่โดนลิขสิทธ์แล้วก็มี ( แต่ตอนนี้มันเจ๊งๆอยู่แฮะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย)
http://www.baka-updates.com/

มาต่อด้วย Tracker ไทยๆกันมั่ง ( โหลดเร็วกว่ากันเยอะ )

http://www.18jav.com<== อันนี้อายุ ต่ำกว่า18พึงระวัง ^ ^ (เป็นwebที่บริหารดีมากจริงๆครับ adminเก่งมากครับ )
http://bt.forstudent.com/<== อันนี้มีไฟล์ทุกแนวครับ ( แต่คนยังน้อยแฮะ)
http://www.indie-o.com:6969/<== อันนี้ก็มีไฟล์ทุกแนวยกเว้นหนังโป๊ครับ


http://www.tirkx.com<== อันนี้เป็น http download นะ


http://www.questnewsonline.com/<== เว็บรวมข่าวคราววงการการ์ตูน ทั้งในไทยและเทศ " ทันความสนุกทุกคลิกเวป"


http://www.doom9.net <== อันนี้สำหรับการ editไฟล์ vdo ครับ ( มีโปรแกรมและวิธีconvert ใส่sub ripvdo บอกอย่างดี)


http://www.suurland.com/<== อันนี้ web รวม blueprints ของยานพาหนะต่างๆครับ มีมุมมองจากหลายๆด้าน เอาไว้ทำ model 3 มิติสบายๆเลยครับ

http://www.fineart.sk/<== อันนี้เป็นรูปคนครับ


http://www.anime-model-sheets.com<== อันนี้เป็นภาพดีไซน์จากการ์ตูนanimeหลายๆเรื่องครับ เจ๋งดี

ไว้จะมาไล่ update เรื่อยๆนะครับ^_^

แก้ไขเมื่อ 11/11/2547 20:09:35

แก้ไขเมื่อ 14/11/2547 18:04:24

แก้ไขเมื่อ 14/11/2547 19:15:28

แก้ไขเมื่อ 18/11/2547 17:24:21


edit @ 2005/04/16 01:41:01
edit @ 2005/04/16 02:27:40
edit @ 2005/04/16 11:00:11

วันนี้อยู่ดีๆก็นึกอยากลองหาเทคนิคการใช้ Windows Xp แปลกๆดู ก็ไปเจอเทคนิคที่น่าสนใจเยอะแยะทีเดียว

มาลองดูกันว่ามีอะไรมั่ง น่าจะพอมีประโยชน์บ้างล่ะน่า


มาเริ่มด้วยปุ่มลัดที่น่าจะใช้บ่อยๆกันดีกว่า

เริ่มด้วยปุ่ม

ALT+TAB: Switch between open programs

ALT+F4: Quit program

SHIFT+DELETE: Delete item permanently ( กดshift ค้างไว้แล้วกด del มันจะไม่เข้า recycle bin)

SHIFT: ถ้ากด shift ค้างไว้ตอนใส่ cd-rom มันจะไม่ autorun cd

นี่เป็น keyที่ใช้ปุ่ม windows ( ปุ่มรูปสัญลักษณ์ windows ระหว่าง Crtl กะ Alt อยู่ด้านซ้ายมือ )

Windows Logo: Start menu
Windows Logo+R: Run
Windows Logo+M: Minimize all ( เอาไว้หลบ หึหึ) ( ถ้ากด shift ด้วย จะเป็นการ undo )
Windows Logo+E: Windows Explorer
Windows Logo+F: Find files or folders
Windows Logo+D: Minimizes all open windows and displays the desktop ( นี่ก็หลบ )
Windows Logo+Break: System Properties dialog box

จริงๆมีเยอะกว่านี้ แต่เท่านี้ก็ใช้ได้ล่ะ

ใครอยากได้แบบเต็มๆ ไปที่นี่ได้เลย
http://support.microsoft.com/default.aspx?scid=kb;en-us;q126449


อันนี้ถือว่าไอเดียแปลกน่าดูทีเดียว กับการทำ " Shutdown Shortcut" หรือ ทำไอคอนสำหรับปิดเครื่องนั่นเอง

วิธีการทำง่ายๆมีดังนี้

  1. ให้สร้างshortcutsใหม่ขึ้นมาบนdesktop ( คลิ๊กขวา --> new-->shortcuts)
  2. ใส่คำสั่งว่าshutdown -s -t 00 ลงไป [สำหรับรายละเอียดของคำสั่ง ที่สำคัญๆก็มี -s จะปิดเครื่อง -r จะรีบูต ตัวเลขหลัง t คือเวลา delay (วินาที)]
  3. กด next ตั้งชื่อเป็นอันเสร็จ


ทำให้windows ไม่ถามเรื่อง send error report

อันนี้ผมว่ามีประโยชน์มากเลยกับเครื่องที่อาการแปลกๆอย่างเครื่องผม

นั่นก็คือ วิธีที่ไม่ให้windowsขึ้นถามว่าจะส่ง Error Report หรือไม่ นั่นเอง

คิดว่าทุกคนก็คงจะเคยเจอและทุกคนก็คงจะรำคาญมันไม่น้อยไปกว่าเราหรอกนะ

เอาเป็นว่า เราอย่าทำให้มันขึ้นอีกเลยละกัน หึหึ ( ขึ้นมาก็กด don't send ตลอดศก อย่าขึ้นเลยละกัน^_^)

  1. คลิ๊กขวาที่ My Computer
  2. เลือก Properties / Advanced
  3. เลือกที่the Error Reporting tab
  4. ติ๊กDisable error reporting

แค่นี้เอง ง่ายสุดๆ เท่านี้คงหายรำคาญกันแล้วนะ


อันนี้ก็ไม่เชิงเป็น Tips อะไรนักหนา แต่นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีใช้ command line ก็มีประโยชน์มากทีเดียว ก็เลยอยากจะรวบรวมอันที่สำคัญๆเอาไว้

คำสั่งพวกนี้พิมพ์ใน start-->run นะครับ

msconfig = ปรับแต่งการบูทของเครื่อง รวมถึงกำหนดไฟล์ที่จะให้รันเองเมื่อ เข้าwindows ( บางทีมัน runเยอะแยะน่ารำคาญ ก็เลือกไม่ให้runได้ที่นี่)

ipconfig = อันนี้เอาไว้ดู ip address ของระบบ network ได้

cmd = อันนี้เข้า dos ครับ

regedit = อันนี้เข้าไปแก้ Registry ของ windows ( ขอบอกว่า Regedit มัน set favourite ได้นะครับ จะได้ไม่ต่องมุดลงไปลึกเสียเวลาหานาน )


อันนี้สำหรับคนใช้พวกอุปกรณ์เสียบ port USB อย่างพวกHandy Drive ( Thumbdrive) นะครับ
เล็กๆน้อยๆ อาจจะไม่รู้ก็ได้นา

เวลากด safe remove เพื่อจะดึง handy drive ออก ก็จะต้องกดปุ่ม safe remove ที่ system tray บริเวณขวาล่างขอจอ

บางคนอาจจะใช้คลิ๊กขวา แล้วเลือกเอา แล้วกด stop

แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าคลิ๊กซ้ายแล้วเลือก จะมีขั้นตอนน้อยกว่า ซึ่งทำให้กด safe remove ได้เร็วกว่าครับ

ป.ล. หากไม่ safe remove ล่ะก็ ข้อมูลที่save หรือใส่เอาไว้ล่าสุดอาจจะไม่อยู่เมื่อนำมาใช้ครั้งต่อไปก็ได้นะครับ หึหึ


ส่วนอันนี้เป็นเทคนิคทำให้ไม่ขึ้นจอฟ้าแล้วรีบูตตัวเองโดยที่เรายังไม่ทันทำอะไรเลย ( ยังไม่ทันดูสาเหตเลย บางทีพอมันขึ้นจอฟ้าแล้วมันบูตเครื่องเองก็มี )

  1. ไปที่ control panel --> system
  2. เลือก advanced
  3. ในส่วนของstartup and recovery เลือก setting
  4. ในส่วนของ system failure เอา Auto Restart ออก



วิธีเอารูป "ลูกศร" ของ icon Shortcut ออก

  1. เข้าregedit.
  2. ไปที่ HKEY_CLASSES_ROOT --> lnkfile
  3. ลบIsShortcut registry value. ออก ( อันนี้ยังไม่ได้ลองว่าเอากลับมายังไงนะครับ หึหึ อาจจะต้องพิมพ์อย่างเดิมกลับไป ถึงจะกลับมาได้)
  4. Restart Windows


วิธีเอา Windows Messenger (ที่สุดแสนจะน่ารำคาญ) ออกไป[ใช้ Msn Messenger อย่างเดียวดีกว่าเยอะนะ]{ เอามาจาก www.thaimsn.net }

- ไปที่ Start ของวินโดวส์ >Run
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างเลยครับ แต่ copy ไปเหอะชัวร์กว่า

RunDll32 advpack.dll,LaunchINFSection %windir%\INF\msmsgs.inf,BLC.Remove.

- กดปุ่ม OK แล้ว บ๋ายบายเจ้า Windows Messenger ได้เลยครับผม จบ!


มาต่อเรื่อยๆ ...

แก้ไขเมื่อ 11/11/2547 0:03:41

แก้ไขเมื่อ 14/11/2547 14:58:50

สาเหตุที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่อะไรหรอก เผอิญไปอ่านกระทู้ในห้องหว้ากอในpantipมา

มีเรื่องเกี่ยวกะความฝันน่ะ คือ มีคนถามว่า

มีวิธีฝึกยังไงมั่งถึงจะทำให้รู้ว่าเรากำลังฝันอยู่ แล้วก็ทำไงถึงจะบังคับฝันนั้นได้ ???

ใครสนใจไปดูกระทู้จริงๆได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3082792/X3082792.html

{ ขอบอกว่าเราเป็นคนที่ฝันทุกคืน แล้วก็บางทีก็ควบคุมความฝันได้ (บางคนอาจเคยเป็นเเหมือนกัน มันเยี่ยมจริงๆเลยเนอะ ^_^) ก็เลยอยากรู้เรื่องนี้มากๆ }

เหลือบไปเห็น คห.ที่10 พูดถึงคำว่า Lucid Dream ไอ้เราก็คุ้นๆเหมือนจะเคยได้ยินในหนังเรื่อง Vanilla Sky เลยลองไปค้นๆคำนี้ดู

เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว เราจะลองสรุปๆที่อ่านๆมาจากwebเมืองนอกดูนะ เผื่อขี้เกียจแปลกัน

สรุปๆมาจาก webนี้นะครับ => http://www.lucidity.com/LucidDreamingFAQ2.html


อะไรคือ Lucid Dreaming ??

" Lucid Dreaming " แปลว่าการฝันโดยที่คุณรู้ว่าคุณกำลังฝันอยู่ มักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางๆของความฝันเมื่อผู้ฝันเริ่มรู้ตัวว่าเค้ากำลังฝันอยู่ เหตุการณ์ต่างๆมันไม่จริง มักเกิดขึ้นจากมีสิ่งกระตุ้น เช่น บางสิ่งแปลกๆที่เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นในฝัน อย่างเช่นฝันว่า บินได้ (อย่างเราเคยฝันว่าปล่อยพลังได้แบบดราก้อนบอลเลยมันส์จัด) แต่บางคนก็ดันระลึกว่าฝันอยู่ได้เองโดยไม่มีตัวกระตุ้นก็มีและจากการวิจัย มีเป็นส่วนน้อยที่เกิดจากการกลับสู่ความฝัน(REM)ทันทีจากการตื่นขึ้น { returning to REM (dreaming) sleep directly from an awakening with unbroken reflective consciousness }

===========

REM คืออะไร??

REM ย่อมาจาก " Rapid eye movement"เป็นภาวะซึ่งเกิดความเคลื่อนไหวของดวงตาใต้เปลือกตาซึ่งจะเกิดทุกๆ 90-100นาทีระหว่างที่หลับมักเกิดควบคู่กับการฝัน

===========

แล้ว Lucid Dreaming เหมือนกับการควบคุมความฝันได้มั๊ย ??

แม้ว่าความหมายจะไม่เหมือนกัน แต่ว่าการที่รู้ตัวว่าฝันอยู่นั้น มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้ควบคุมความฝันได้

ซึ่งการควบคุมความฝันได้นี้มีตั้งแต่เปลี่ยนรูปร่างตัวเอง ฉากรอบตัว และความสามารถแปลกๆเช่นเวทย์มนต์ บลา บลา บลา...


ข้ามมาสาระสำคัญดีกว่า นี่เลย

1.Dream Recall (ระลึกความฝัน)
มีคนบอกว่าจริงๆแล้วคนเราฝันทุกวันเพียงแต่จำไม่ได้เท่านั้นเอง ( อันนี้ไม่รู้จริงรึเปล่านะ แต่เราฝันทุกวันจริงๆ แม้บางวันจะจำได้นิดๆ แต่ก็รู้สึกว่าฝันอ่ะ)

Dream Recall สำคัญยังไง?? 1. ถ้าเราจำฝันไม่ได้ก็จบ แม้เราจะควบคุมฝันได้ก็เหอะ (จริงมะ) 2.การที่เรารำลึกความฝันได้บ่อยๆ จะทำให้เราเห็นรูปแบบความฝันของตัวเอง แล้วอาจทำให้รู้ว่า นี่แหละ ความฝัน

Dream Recall ฝึกยังไง ?? วิธีการนึง คือเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่ระลึกได้จากความฝันลงไปในกระดาษทันทีที่ตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน (
ถ้าหากปล่อยไว้จนถึงตอนเช้าอาจจะลืมได้นะ)

แต่ถ้าหากใครหลับลึกจริงๆ อาจลองวิธีนี้ก็ได้นะ ( เราไม่เคยลองแฮะ เพราะปกติฝันทุกวันอยู่แล้ว)

ลองตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ปลุกในเวลาที่คาดว่ากำลังฝันอยุ่ ซึ่งช่วงเวลาของREMนั้นจะอยู่ที่ ทุกๆ 90 นาที
ดังนั้นควรตั้งเวลาที่ 4ชั่วโมงครึ่ง ,6ชั่วโมง, หรือ7ชั่วโมงครึ่ง หลังจากที่นอนหลับไป อ๊ะ แล้วก็อย่าลืม จดทุกอย่างที่จำได้ไว้ด้วยนะ ถ้าขี้เกียจจัดจดแต่ประเด็นหลักๆก็ได้ อาจทำให้ประติดประต่อเรื่องได้นะ

สนใจรายละเอียดไปดูที่ http://www.lucidity.com/NL11.DreamRecall.html

2. Reality Testing ( ทดสอบว่าฝันอยู่มั๊ย )

เค้าบอกว่าให้ทำตามการฝึกหัดต่อไปนี้บ่อยๆ

2.1 Do a reality test : วิธีคือ ให้พกหนังสือ แล้วลองสังเกตดูตัวหนังสือ แล้วลองหันไปมองรอบๆตัว แล้วกลับมาดูตัวหนังสือเดิม
ว่ากันว่า ถ้าฝันอยู่จริง มีโอกาสตัวหนังสือเปลี่ยนไป 75% ถ้าทำครั้งเดียว แต่ถ้าหันมาดู2ครั้งโอกาสเปลี่ยนจะเป็น 95%เลยทีเดียว !!( เออ.. ทำแล้วจะดูเป็นคนบ้ามั๊ยเนี่ย ) ถ้ามันเปลี่ยนก็แสดงว่าฝันอยู่ ถ้าโชคดีคุมความฝันได้ก็สนุกล่ะ

2.2 ให้จิตนาการว่าฝันอยู่ : วิธี คือ บางทีคุณไม่มีทางรู้ว่าคุณกำลังฝันอยู่ ให้คิดเอาว่า " เราอาจไม่ได้ฝันอยู่ แต่ถ้าฝันอยู่มันจะเป็นยังไงกันนะ " ให้ลองจินตนาการว่าตัวเองฝันอยู่ แล้วลองเปลี่ยนสิ่งรอบข้างดู ให้จำความรู้สึกนี้ไว้แล้วไปต่อยังขั้นตอนที่ 3 เลย

2.3 นึกภาพว่าเรากำลังสนุกกับการกิจกรรมในฝัน : ให้นึกเอาไว้ว่าถ้าเกิดเรามี Lucid Dreamครั้งหน้าเราจะทำอะไรดี เช่น บิน จินตนาการต่อไปว่าเรากำลังฝันอยู่ แล้วสนุกกับมัน

3. Dreamsigns พูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่บ่งบอกว่าเราฝันอยู่ เช่น อะไรแปลกๆที่ไม่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น เห็นตัวเองกลายเป็นตัวการ์ตูนไป ลักษณะหน้าตาตัวเองไม่ใช่ตัวเอง (เราเคยเห็นจอมมารบูแต่ไม่ได้นึกเล้ยว่าฝันอยู่... แม้แต่ฝันว่าตัวเองเป้นหน่วยทหารสู้แบบ First personกะ Predator ก็เหอะ...) ถ้าหากสังเกตดีๆอาจจะพบ dreamsign ของตัวเองที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็ได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้ได้ว่าเราฝันอยู่

4. การงีบหลับ มีการศึกษาพบว่าการงีบหลับตอนบ่ายจะเกิด lucid dream ง่ายขึ้น , ยังมีคนบอกอีกว่า กิจกรรมบางอย่างก่อนนอนมีผลต่อการเกิด Lucid Dream , อีกทั้งยังมีเทคนิคประหลาดที่ว่ากันว่าได้ผล คือ

"ให้ตื่นเร็วกว่าเวลาปกติ 1 ชั่วโมง แล้วไม่หลับเป็นเวลา 30-60นาที แล้วก็กลับไปนอน ว่ากันว่าทำให้มีโอกาสเกิด Lucid Dream มากขึ้นถึง 15-20 เท่าเลยทีเดียว"


เป็นไงกันบ้าง นี่เป็นส่วนนึงเท่านั้น พอดีง่วงมากแล้ว ขอไปพยายามทำ Lucid Dreamก่อนล่ะ^_^


แก้ไขเมื่อ 12/11/2547 0:37:26

แก้ไขเมื่อ 13/11/2547 4:26:01